ยังคงถกเถียงกันไม่จบ เรื่องที่เราแปลก -_-

 

สามีกิ๊ก จบ ม.6   ตอนนี้เป็นผู้บริหารอยู่ในบริษัทฮอนด้าที่ญี่ปุ่น

แกบอกว่ามีลูกน้องที่เรียนจบโทมากมาย  ไม่เห็นจะช่วยอะไร ตราบใดที่ยังทำงานไม่เก่ง

และการทำงานที่ญี่ปุ่น เลื่อนขั้นตามปีที่เข้ามามากกว่า 

เข้าทำงานเร็ว ได้ขึ้นเป็นผู้บริหารเร็ว ไม่มีข้ามขั้น 

ทำงานให้เก่งในหน้าที่ของตนเอง   ไม่เกี่ยวกับระดับปริญญา

 

โยชิกิก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน  ถึงได้ยกเลิกการสอบเข้ามหาวิทยาลัย     แล้วก่อตั้งบริษัทของตัวเองขึ้นแทน เพื่อรีบเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพ   เป็นผู้บริหารตั้งแต่ไม่แก่เกินแกง

ระบบที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างนี้ ถ้าพูดภาษาอังกฤษได้  อะไรๆก็ง่ายขึ้น

 

วันนี้ไป งานแนะแนวศึกษาต่อที่วิทยาลัย ด้านการท่องเที่ยวการโรงแรมของ JTBมา

สามีต่อต้านอย่างหนัก   เพราะเขาไม่อยากให้เรียนต่อ

 

 ค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ   ค่ากินอยู่  ข้าวฟรี เช้ากลางวันเย็น  ส่งเสียให้เรียนในโรงเรียนสอนภาษาซึ่งมีวัตถุประสงค์

 

1.สอบผ่านระดับ1 เพราะเป็นความฝันของภรรยา

2.เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน  เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ญี่ปุ่นได้อย่างไม่ลำบาก

 

โดยส่งเสียค่าเรียนให้ด้วย 1 ปีเต็ม  พร้อมกับค่าขนมในแต่ละเดือน เดือนละ 30,000เยน

นอกนั้น ไปหางานพิเศษทำ ในเวลาว่าง หรือหลังเรียนจบก็ได้  ให้ได้เดือนละ 200,000 เยน ก็สามารถทำได้

จะไปเข้าเป็นพนักงานประจำไปทำไม ในเมื่อตอนนี้ อัตราการจ้างงานของญี่ปุ่นต่ำมาก

 

ลำพังตัวกิ๊กเองไม่รู้มาก่อนว่า สมัยนี้บริษัทญี่ปุ่นแทบไม่จ้างงานกันแล้ว

ต้องมาอึ้งตอนที่  แอร์สายการบินญี่ปุ่นกำลังจะจ้างเป็น  Part-time ได้เงินเป็นรายชั่วโมง

ซึ่งตอนนี้  ANA  นำหน้าด้วยการ รับสมัครพนักงานต้อนรับผู้โดยสาร VIP  ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงโตเกียว เป็นPart-timeแล้ว  (ให้ค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง)  โดยมีเงื่อนไขว่า  ผู้สมัครจะต้องเคยทำงานเป็นแอร์โฮสเตสสายการบินใดก็ได้มาก่อน เท่านั้น

 

ตอนนี้ทำงานที่ Mcdonals ไม่ได้หวังเงินอะไร แต่เพราะเพื่อนญี่ปุ่นในนั้น ส่วนใหญ่เป็นเด็กมหาวิทยาลัย ที่จะมีนิสัยมันส์มาก -_- เฮฮาปาร์ตี้ บางทีมีไปทัศนศึกษา พักเรียวกังกันด้วย  ก็เลยทำเพราะสนุก   วันๆก็ชวนกันไปกินราเม็ง   ขอมูลเที่ยวเพียบดี

ได้เจอเด็กต่างชาติมากมาย ที่มาเรียนที่ญี่ปุ่นเพื่อ ทำアルバイトหรืองานพิเศษ

 

คงจะตรง และ สมใจ กับ บางคนที่บอกว่า เด็กที่ต้องมาเรียนที่ญี่ปุ่น เป็นเด็กขี้เกียจ

หากในความจริงแล้ว เด็กที่มาเรียนที่นี่ นอกจากขี้เกียจแล้ว (ประชด)  ไม่ว่าจะเป็น เกาหลี จีน ไต้หวัน  ไทย  มาเลเซีย   ในโรงเรียนสอนภาษา มาเพื่อหวังทำงานพิเศษ  ที่ได้เงินกันเดือนละ  200,000 - 300,000 เยน

เพื่อนที่ทำแม็ค   เรียนที่โรงเรียนสอนภาษา 2 ปี  -> วิทยาลัย 2ปี -> มหาวิทยาลัย 4 ปี -> โท 2 ปี

เพียงเพื่อ ทำงานพิเศษทุกวัน วันละ  8 -10 ชั่วโมง  ได้เงินเดือน อย่างที่บอกไปข้างต้น

 

จะเห็นได้ว่า เพื่อนในโรงเรียน บางคนมานอนหลับในห้องเรียน   มาสาย ขาดเรียน 

และ เขาเหล่านั้นทุกคน สามารถสอบเข้า วิทยาลัย    และ   มหาวิทยาลัย  ได้

เพียงเพื่อ ขอให้ได้วีซ่าอยู่ญี่ปุ่น และ ทำงานพิเศษ

 

ส่วนขั้นตอนต่อไป คือ   ในระหว่างเรียน ก็หาคนญี่ปุ่นมาแต่งงานด้วย เพื่อได้วีซ่าอยู่ญี่ปุ่นถาวร โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนหรือเสียเวลาเรียนอีก 

 

ดังนั้น กิ๊กที่ได้วีซ่าแต่งงานแล้ว จึงมักโดนคำถามที่ว่า 

 

มาเรียนทำไม

 

ทำไมไม่เอาเวลา ไปทำงานหาเงิน   แม้แต่อาจารย์ที่โรงเรียนก็ยังเป็นที่สงสัยว่า ยัยนี่มาเรียนเพื่อวัตถุประสงค์อะไร

 

ตอนนี้น้องสาวออกไปทำงานพิเศษทุกวัน ได้เงินเดือนนึงก็เยอะมากอยู่    ยังบอกเลยว่า

ถ้าเค้าเป็นเจ๊ เค้าจะไม่เรียน นอนอยู่บ้านเฉยๆ อยากได้เงินก็ค่อยออกไปทำงานพิเศษ  แต่ตอนนี้ที่เค้าต้องทำงานหนัก เรียนด้วย เพื่อหาเงินสร้างฐานะให้ตัวเอง  ถ้าเลือกได้เค้าอยากสบายอย่างเจ๊

-_-

 

ไม่ต้องถามว่าที่นี่เด็กต่างชาติ  ทำงานกันเยอะขนาดนี้ไม่ผิดเหรอ

ตัวองค์กรญี่ปุ่นเองนั่นแหละ ที่แทบกราบขอร้องให้เด็กทำงานเกินชั่วโมงที่กำหนด  เห็นตารางเวลาเพื่อนแล้ว แน่นเอียดทุกวัน วันละ6-8ชม  ทั้งๆที่มันเป็นเด็กวิทยาลัยแท้ๆ    หรือเพื่อนทุนมงบุโชนักศึกษาวิจัยบางคนที่มีกฎว่าไม่ให้เด็กทำงานพิเศษ หรือทำงานได้จำกัดชั่วโมง  แต่ตัวโปรเฟสเซอร์เองเป็นคนเซ็นอนุญาติให้เด็กตัวเองออกไปทำงานพิเศษได้ 

 

ความใฝ่ฝันของผู้หญิงญี่ปุ่น  และ เด็กต่างชาติ คือการหาผู้ชายมาแต่งงานด้วย แล้วอยู่บ้านเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก ออกไปเที่ยว

สงสัยว่า การที่เราอยากทำงาน เป็นพนักงานประจำในบริษัท มันจะผิดล่ะมั้ง -_-

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

บังเอิญผ่านมาอ่าน
อยากรู้จริงๆว่าคุณกิ๊กเรียนที่ไหนเหรอคะถึงได้เจอแต่คนแบบนั้นอ่ะ
ที่ๆเราเรียน เด็กต่างชาติที่ไม่ได้รับทุน หรือไม่มีเงินช่วยเหลือจากทางบ้าน ตั้งใจทำงานเพื่อเก็บเป็นค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ เราเองก็เหมือนกันคะ ไม่เก่ง ไม่ได้ทุนมา แต่เราอาศัยทำงานพิเศษเพื่อเก็บเป็นค่าเล่าเรียน ตั้งแต่เรียนภาษา ยันเรียนมหาลัยสี่ปี จ่ายเองหมดคะ เราตั้งใจทำงานหนัก เรียนก็ไม่ได้ทิ้งนะ ทั้งเราทั้งเพื่อนต่างชาติตั้งใจว่าเรียนจบก็จะหางานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่ได้อยากแต่งงานกับคนญี่ปุ่นเพื่อให้เขาเลี้ยงด้วย คนรอบข้างเราไม่มีความคิดแบบนั้นเลยอ่ะคะ
แต่ก็เคยเจอเหมือนกัน แบบไปเที่ยวจังหวัดอื่นแล้วเจอคนไทย เขาพูดชัดเจนว่าอยากแต่งงานกับญี่ปุ่น อยากได้วีซ่า เออ นั้นก็อีกกรณีนึง
คือ...การทำงานพิเศษอย่างหนักเพื่อหาเงินเรียนต่อ เราอยากให้เข้าใจว่าไม่ใช่ว่าเพียงเพื่อ ขอให้ได้วีซ่าอยู่ญี่ปุ่น และ ทำงานพิเศษ นะค่ะ
เราว่าที่คุณกิ๊กมีความคิดแบบนี้ คงเพราะรอบข้างคุณกิ๊กที่เจอที่โรงเรียนไม่น่าจะ....

#9 By nanny (58.64.126.42) on 2010-09-08 04:17

ทำในสิ่งที่ต้องการ..ค่ะ

ถ้ายังไม่แน่ใจ

รอดูไปเรื่อยๆ

คุณสามี..คงอยากให้คอยดูแลเค้ามากกว่ามั้ง

ถ้าไม่ต้องทำงาน..

ลองมีเจ้าตัวเล็ก..ดูดิ

ชีวิตจะดูสมบูรณ์แบบ..มากขึ้นdouble wink

#8 By prang2626 on 2009-08-26 22:32

เราว่า คนไทยเราให้ความสำคัญกับการเรียนและใบประกาศมาก เวลามีสถานการณ์ประเภท ต้องเลือกระหว่างการเรียนกับชีวิตที่กำลังจะรุ่งแต่ไม่มั่นคง คนไทยจะเลือกเรียนไว้ก่อน ซึ่งความจริงแล้ว เรียนไป ชีวิตหลังเรียนจะรุ่งจริงหรือเปล่านี่ยังไม่รู้ ?

เราว่า ถ้ามันไม่มีอะไรดีกว่าเรียน หรือเรียนอย่างมีเป้าหมาย มันก็น่าจะเรียนค่ะ อย่างคุณโยชิกิ ไม่เข้ามหาวิทยาลัย แต่เค้าก็เรียนเองด้วย เคยเห็นบอกว่า จ้างอาจารย์จาก UCLA มาสอนเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศด้วย

#7 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2009-08-26 15:19

อยู่ญี่ปุ่นอีก 4-5 ปีเดี๋ยวก็เข้าใจและคิดอะไรใหม่ๆค่ะ ^_^

#6 By Hayashi Kisara on 2009-08-26 06:46

จริงๆ แล้ว การมีใบปริญญาของคนไทยเหมือน ใบผ่าน มากกว่า ที่เรียนมาไม่ค่อยได้ใช้สักเท่าไร เรียนโท นี่แล้วใหญ่เลยไม่ค่อยได้อะไร เหมือนไปฝึกประสบการณ์ชีวิต มากกว่า แล้วก็ส่วนใหญ่ หา connection กันมากกว่า แต่ก็ OK. มีไว้ก็ดีค่ะ ใบปริญญา ปล.อยากไปอยู่ญี่ปุ่นด้วยเหมือนกันopen-mounthed smile

#5 By Nooplemonic on 2009-08-25 23:04

ปล.อย่างผมที่เรียนปริญญาโทอยู่ตอนนี้ ก็เพราะว่าถ้าไม่เรียน มันหาเรียนที่อื่นไม่ได้ แล้วก็ถ้าอยากเป็นอาจารย์ที่มีความรู้มากสักหน่อย ก็ควรจะมาเรียน...คิดได้อย่างนี้เลยตัดสินใจเรียนแบบโดดไปวัน ๆ (อ้าวเห้ย...OAO ) อยู่อย่างทุกวันนี้แหละครับ ^ ^

#4 By monboy01 on 2009-08-25 22:16

ต้องดูครับว่าจะเรียนไปทำไม

ถ้าอยากได้ความรู้ที่ "ไม่มีให้ที่อื่น นอกจากต้องไปนั่งเรียน" ก็จำเป็นต้องเรียนล่ะครับ


แต่ถ้าอยากเรียนเพื่อเป็นผู้บริหารอย่างสามีคุณพี่กิ๊ก แน่นอนว่ามันไม่จำเป็น เพราะคุณสามีก็ทำเป็นตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว


ส่วนเรื่องการทำอะไรได้เงินมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องแล้วแต่คนล่ะครับ
สำหรับผมที่ยังเกาะแม่กิน ไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ก็สนใจสิ่งตอบแทนในการทำแต่ละอย่างต่างกันไป

จะเลือกทำอะไร ต้องดูว่า "อยากได้อะไร" ถ้าอยากได้เงิน ก็ต้องทำอะไรที่มันทำเงิน แต่ถ้าอยากได้ประสบการณ์ ได้เพื่อน ได้ความสุข ได้อิสระ ฯลฯ ก็ต้องว่ากันไป


คนเราชอบไม่เหมือนกัน ชีวิตใครชีวิตมัน แต่กับคู่ชีวิตก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่องล่ะน่อ...

ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะครับ ^ ^

#3 By monboy01 on 2009-08-25 22:15

แปลกดีนะครับ คนยี่ปุ่น

แต่ผมว่าคนเราความคิดอาจจะต่างกันก้อได้
ถ้าเราเรียนมากไป แต่ไร้ประสบการก้อไม่ได้อาไร
เอาอย่างงี้ดีกว่า

ถ้าเป็นผม ทั้งเรียนทั้งทำ ได้เงินใช้ ประสบการ ความรู้
ครบเลยยย

ยังไงก้อ มาทักทายกันมั่งก้อได้นะครับ
ปล. เหมือนคห.แรกเลย อยากไปยี่ปุ่น
ฮิๆๆ

#2 By KiWW 9P on 2009-08-25 21:40

เรียนไปเถอะค่ะ
ความรู้มันก็ติดตัวเราไปตลอด

ทำงานเก่งก็ดี เรียนเก่งก็ดี ทั้ง 2 อย่างนี้จะช่วยเกื้อหนุนกัน
บางบริษัทก็คิดว่าใบปริญญาเป็นสิ่งสำคัญ

เพราะนั่นหมายความว่าคุณมีความตั้งใจจริงและสามารถจบออกมาได้
มันสามารถรับรองหน้าที่การงานได้เหมือนกันนะ

นู๋ก็ไม่รู้อะไรมากหรอก แค่แสดงความคิดเห็นเน้อ
ป.ล. อยากไปอยู่ที่ญี่ปุ่นบ้างจริง T^T

#1 By K-Sei☆彡 on 2009-08-25 21:08