ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าไม่ได้เก่งอะไร   ตอนที่ทำก็ใช่ว่าจะทำได้ ที่ผ่านมาได้คาดว่าน่าจะฟลุ้คเพราะว่าไปบนเอาไว้-_-

 

 

แต่พอดีมีเพื่อนบอกรบกวนช่วยเขียนให้ฟังหน่อย  ก็เลยเอามาเขียนไว้ ณ ที่นี้ เผื่อจะเป็นแนวทาง  เอาไปปรับใช้กับวิธีทำข้อสอบของตัวเอง

 

ขอออกตัวไว้ก่อนอีกแล้วว่า วิธีที่ตัวเองทำก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เอาเป็นว่าเป็นแนวทางให้ตัวเองสอบผ่านก็พอ สำคัญที่สุดการทำข้อสอบ ต้องเอาไปปรับใช้กับวิธีที่เราถนัดที่สุดนะจ๊ะ

 

 

 

คันจิ

 

 

หลักๆของคันจิเลย ถ้าไม่อยากจำมาก ก็ท่องตามนี้เป็น Main

 

 

 

 

 

1.   จำเฉพาะคันจิจากข้อสอบเก่า

 

มันจะมีเว็บข้อสอบเก่าไล่มาตั้งแต่ปี 1990 - 2008 รวมแล้วประมา 19ปี

เวลาอ่านก็อย่าไปคิดมาก อ่านไปเรื่อยๆไล่ทีละปี แล้วจะเจอ  แบบว่า มันมาอีกแล้ว

ปีแล้วมันก็ออก ปีนี้มันก็ออก ปีหน้ามันก็ ออกอีก   พอคัดคันจิออกมาท่องทีละตัว

จะเห็นว่า พอจดของปีเก่าๆไปแล้ว คำศัพท์ของปีใหม่ๆแทบไม่ต้องจดเลย เพราะมัน

คือคำเดิมที่เราจดออกมาแล้วนั่นเอง  

 

  

2. Kanji (Verb) เป็น Hiragana

 

 

มันจะมีVerbประหลาดๆอยู่ไม่กี่คำ ทีออกซ้ำไปซ้ำมา  คล้ายๆกับข้อข้างบน ลิสต์ออกมา ไม่ผิดหวังอีกเหมือนกัน

 

3.Kanjiตัวใดออกเสียงเหมือนกัน

ไม่จำเป็นต้องอ่านออก ไม่จำเป็นต้องเขียนได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งคิดตอนทำข้อสอบ 

 ให้จดคำถามและคำตอบของคันจิที่ออกเสียงเหมือนกัน  จากข้อสอบปีเก่าๆมา   แล้วจดมันไว้คู่กัน

 

(ทำแผ่นป้ายเล่นเกมส์ก็ได้ คันจิรูปร่างหน้าตาแบบนี้ คู่กับคำนี้ มันออกเสียงเหมือนกัน)  พอทำข้อสอบ ไม่ต้องคิด เห็นปุ๊ปกาได้เลย  มันออกซ้ำทุกปีจริงๆ

 

  

4.Kanjiเป็นHiragana

 

ที่จำมาน่ะถูกแล้ว ไม่ต้องไปมองช้อยหรอก มันหลอกมันลวงให้ช้ำใจ 

เห็นคันจิปุ๊ป เอาดินสอเขียนปั๊ปไปได้เลยว่าอ่านว่าอะไรบ้าง แล้วค่อยมามองช้อยด้านขวาว่าตรงกับที่เราเขียนยังไง อันไหน ก็อันนั้นแหละ

 

 

 

 

5.Hiraganaเป็นKanji

มันจะมีประโยคที่เป็นฮิรางานะแล้วให้เราเลือกคันจิใช่ป่าว  

อันนี้แหละต้องแปลประโยคออกถึงจะเลือกได้  พยายามเลือกคันจิที่มันเข้ากับประโยค   เช่น ประโยคพูดถึงท้องฟ้าอากาศ  ก็อย่าไปเลือกตัวคันจิที่แปลว่าน้ำที่ออกเสียงเหมือนฟ้า  พูดง่ายๆพาร์ทนี้ คนที่เป็นล่ามแล้วสามารถนั่งจินตนาการประโยคว่างๆนี้ได้ว่าแปลว่าอะไรจะเลือกคันจิได้ถูกต้องเหมาะสมตามเรื่องราว

 

 

 

 

 

6.มีศัพท์หรือคันจิมาให้ตัวนึง แล้วให้เลือกว่าใน4ข้อ อันไหนใช้คำนี้ได้เหมาะสมแล้ว

 

 

อันนี้ ต้องใช้ความสามารถในการคุยฟังเกี่ยวกับญี่ปุ่นล้วนๆ  (ทำข้อสอบเก่าซ้ำไปซ้ำมาพร้อมกับถามคนญี่ปุ่นให้อธิบายไปด้วย ช่วยได้)

 

นอกนั้นพวกคำศัพท์ไม่สามารถช่วยอะไรได้  ขอบอกว่าตอนสอบคะแนนคันจิได้น้อยสุดด้วยหละ  ฮือๆ

  

 

 

 

 

 

การฟัง

 

 การฟังที่โรงเรียนอัดนักเรียนจนแบนก็คือ เปิดเทปให้ฟังวันละ 3-4รอบทุกวัน(หูจะพรุนอยู่แล้ว)

 

ตอบไม่ถูกเหรอ วันนี้ไม่ถูกวันหน้าก็ต้องถูก  เพราะอาจารย์(เปิดเทป)กรอกหูให้ฟังจนหลอน   

 

แต่ละเรื่องก็ยากได้โล่ห์  มากันเป็นเปอร์เซ็นต์เป็นกราฟ เป็นบรรยายอภิปราย การประชุม 

 แล้วๆๆๆๆๆๆให้พูดตามเทปทีละประโยค ฟังปุ๊ป  พิมพ์ชาญาน์(ชื่อเราเอง) มะกี้เทปมันพูดว่าอะไร  (อ้าวซวยแล้วฟังไม่ออก) 

พิมพ์ชาญาน์งั้นฟังใหม่จนกว่าจะพูด(ตามเทป) ได้  

 

นั่งๆไปก็หลอนสะดุ้ง เดี๋ยวโดนเรียก เงี่ยหูฟังดีๆละกัน  พูดตกไม่ได้ด้วยนะ เทปมีโอ๊ะก็ต้องโอ๊ะ อย่ามา วะ  จะละเอียดกันไปไหน

 

กลับมาๆ ตอนทำข้อสอบกันบ้างดีกว่า 

 

กรณีที่1

 

 

ทีนี่เขาจะสอนว่าการฟังมันจะมีหลอก ชอบพูดบลาๆๆๆๆๆ กรูไม่รู้เรื่อง  โอ้โน  

อีตอนเรากำลังประสาทแดร๊กตกใจศัพท์ประหลาดนี่แหละ เฉลยมันจะออกมา แต่เราฟังไม่ออกแล้ว เพราะสติหลุด  วิญญาณกลับเข้าร่างก็เมื่อตอนมันพูดจบแล้ว  สรุปตอบไม่ได้

 

วิธีการก็คืออย่าไปตกอกตกใจกับมัน เฉยๆเข้าไว้ ศัพท์ประหลาดมาเมื่อไหร่คำเฉลยมาเมื่อนั้นตั้งใจฟังดีๆแล้วก็ตอบ

 

 

 

กรณีที่2

 

การฟังที่มีรูปภาพ มันจะหลอกให้เราเสียเซลฟ์   วิธีการ ไม่ต้องไปมองรูปภาพ  หลับตาฟังแล้วจด(รู้เรื่องกว่า) จดได้อันไหน  ลืมตามาหารูปภาพที่มันตรงกับที่เราจด  อันไหนก็อันนั้นนั่นแหละ

 

 

 

กรณีที่3

 

พี่น้อง ผัวเมีย ทะเลาะกัน  เพื่อนตีกัน ด่ากันเข้าไป อีรุงตุงนัง แบบบว่า มันจะมีข้อสอบฟังแบบไม่มีภาพที่เป็นคุยกันแบบสนิทสนม    ตีกันหรือคุยภาษาธรรมดา

อันนี้เลย  

1.ดูละครญี่ปุ่น   หรือ อ่านการ์ตูน

2.นั่งฟังเจ้านายญี่ปุ่นเมาส์กันตอนกำลังเมา 

 

3.แอบฟังเด็กผู้ชายหรือวัยรุ่นญี่ปุ่นคุยกัน

 

4.มีผัวเป็นคนญี่ปุ่น(ไม่ใช่ละ) กรณีนี้ ข้อสอบเรื่องผัวเมียออกละก็ ตรงกับเราทุกที -_-

เพราะมันคือบทสนทนาในชีวิตประจำวันเลย

 

 

 กรณีที่4

 

ถ้าหูไม่ดี ฟังไม่ได้ยิน ขออาจารย์คุมสอบเปลี่ยนไปนั่งข้างหน้า มันช่วยได้จริงๆนะเออ

 

 

 

 

 

 

  

สำหรับReadingกับไวยากรณ์  ขอไปอัพคราวหน้า ตอนนี้ขอตัวไปทำงานบ้านก่อนล่ะค่ะ 

แต่ขอบอกไว้นิดนึงว่า Readingเป็นตัวทำคะแนนที่สูงมาก ผิดไปข้อนึงหายกันไปทีละประมาณ5คะแนนเลยทีเดียว อย่าอ่านมั่วๆกามั่วๆล่ะ ที่ทำมาพาร์ทอื่นโดนฉุดลง(ตก)ทันที

 

 

 

แค่นี้ก่อน ไว้พบกันคราวหน้า(หลังสอบมิดเทอมเสร็จค่ะ) ตอนนี้สอบ3วันติดกัน น่วมแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ปล  ตัวหนังสือแปลกๆเพราะใช้Wordญี่ปุ่นพิมพ์ไทย แล้วก็อปมาลงอีกที -_-  กำลังนั่งคิดหาวิธีแก้อยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

embarrassed

#8 By Kantiya (103.7.57.18|182.93.191.89) on 2013-03-20 12:07

Hot! Hot! Hot! Hot!
เพิ่งมาเจอเอนทรี่ย์นี้
ขอบคุณมากนะคะ

พอดีเราไม่ได้เรียนขนาดจะสอบได้
แต่เห็นเพื่อนจะสอบเลยว่าจะเอาไปฝากเพื่อนน่ะค่ะ

#7 By 13-1-e-s-s on 2010-10-12 02:06

#6 By (119.42.88.68) on 2010-09-24 14:08


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดี ๆ นะจ้ะ
ตอนนี้แอนยังคงนอนน้ำลายไหล
ข้าง ๆ หหนังสือเตรียมสอบวัดระดับกองโต 5555 +++

อาการหนักมาแล้ว กิ๊กช่วยด้วย

หายหน้าหายตาไปนาน
ยังไม่ลืมกันนะจ้ะ ^^

#5 By freedom-of-thinking on 2009-09-19 20:35

เป็นประโยชน์มากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ
อย่างนี้..เอาไปเลยHot! Hot! Hot!

ว่าแล้ว..หายไปใหน
ยุ่งเรื่องสอบอยู่นี่เองdouble wink

สิ้นปีนี้จะเอาเทคนิคนี้ไปใช้ด้วยจร้าbig smile
ขอบคุณมากๆๆๆ เลยคร้าบบบบบcry cry

#4 By prang2626 on 2009-09-18 19:16



ขอบคุณมากๆค่ะ
ว่าแล้วเราต้องไปหัดตั้งแต่ระดับก่อนอนุบาลซะก่อนsad smile Hot!

#3 By staybeautiful on 2009-09-16 03:36

ยังไม่ได้สอบระดับหนึ่ง
แต่ขอมาอ่านเป็นวิทยาทาน ^^

ลองเปิดดูตัวอย่างข้อสอบระดับหนึ่งแล้ว งงมากๆsad smile
สงสัยเรายังต้องเรียนเพิ่มเติมอีกเยอะ ^^"

#2 By Amichan~ on 2009-09-16 00:49

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เป็นหนึ่งในชนกลุ่มน้อยที่ต้องไปสอบวัดระดับ
ขอให้ดราก้อนบอลไปก่อนเลย
รออ่านตอนต่อไปนะคร้าบ

#1 By monboy01 on 2009-09-15 23:43